เมื่อคืนนอนตี 4 เพราะหาข้อมูลกับนั่งไล่รายละเอียดเกี่ยวกับ Proposal เกี่ยวกับมะเร็งปากมดลูกและ Aureobasidium pullulan ทั้งๆที่มีนัดเจอกันกับเพื่อนที่ MBK ตอน 11 โมง
สรุปกว่าจะตื่นคือ สิบโมงครึ่งและเดินทาง+อากัปกิริยาเยื้องยุรยาตรไปอีก สิริรวม ถึง MBK 11.20 น. เหมือนจะแย่มาก แต่ไม่เท่าไหร่ เพราะมีเพื่อนมาสายกว่าเราอีก อิอิ สายไป... 12.30 น. เอาเป็นว่า เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนืออีบ้ายังมีอีบ้ากว่านะคะ และอาจจะมีอีบ้าที่สุด อิอิ(ความรู้จาก Comparative adj.)
เราสามสาวเดินทางจาก MBK ไปด้วยรถเมล์สาย 187 ไปลงป้ายรถเมล์สุดท้ายคือ สี่พระยา แล้วต่อเรือด่วนธงสีส้มไปลงที่ วังหลัง ทั้งๆที่เราอยากจะไปลงที่ท่าเตียน(วัดพระแก้ว) แต่ก็ไม่ได้ทำให้ตารางการเที่ยวครั้งนี้ของเราผิดพลาดไปมากนัก เพราะหลังจากลงเรือได้ไม่ถึง 10 นาที เราก็ได้ โรตีมะตะบะมาครอบครอง อิอิ ถูกมากเลย 20 บาท แต่นุ่มสุดๆ ไม่เคยกินโรตีที่ม้วนกลมๆ แบนๆ ก็ลองไปชิมกันได้นะคะ ถูกมากเลย อร่อยสุดๆ แต่ให้นมน้อยไปหน่อย แฮ่ๆ
หลังจากนั้นเราก็เดินเรื่อยเปื่อยไปหาอะไรกินเรื่อยๆ อาทิ ขนมแตน ซูชิ บลาๆๆ แต่ท้ายที่สุดเมื่ออาการเมื่อยขาเริ่มมาเยือนเราก็เรียกร้องที่จะหาที่นั่งเป็นกิจลักษณะกัน ตอนแรกเดินขาลากไปร้าน บะหมี่จอมพลัง ที่อยู่ไกลมากกกก คนก็เยอะเป็นหนอน กว่าจะฝ่ากันเข้าไปได้ สุดท้ายมาเจอป้าย... ท๊าดาา ปิดค่ะ!!! เจ็บใจนักเชียว แล้วก็มานั่งกินขนมจีนกันคนละจาน(จานละ 30 บาทให้น้อยไปหน่อย แต่ให้อภัยเพราะป้าเจ้าของร้านขาสวย และกระจกเต็มร้านเลย อิอิ) จากนั้นเราก็เดินๆๆแล้วก็นั่งเรือข้ามฟากกลับไป ท่าเตียน เรือข้ามฟากตอนนั้นเปิดเพลงได้ใจ เช่น เพลงอะไรไม่รู้ของ Musketeer กับเพลงไกลแค่ไหนคือใกล้ ทำเอาให้ฉันเดือดร้อนจนได้ ทั้งๆที่ไม่มีอะไรเกี่ยวกันเล้ยยยย
เราก็เดินๆ ไปรอบๆ วัดพระแก้ว ของกินน่ากินมากเลย ไอติมมะพร้าวอ่อน(40 บาท) แต่ไม่ได้กินเพราะมัวแต่ลีลา) เดินไปที่แถวมธ. ซื้อข้าวเหนียวหมูทอด(40 บาท) ขนมปังหน้าหมู(20 บาท) กว่าจะเจอเพื่อนที่นัดกันไว้ก็เกือบสี่โมง วัดพระแก้วปิดให้เข้าชมพอดี ฮ่าๆ แห้วเลย นางอธิบายที่มาช้าเพราะแฟนนางชักช้าาาา แต่เราก็ไปเดินเล่นที่แถวๆวัดโพธิ์ เดินๆ จนขาแทบลาก แต่ก็สนุกไปอีกแบบ เดินไป คุยไปเรื่อยๆ ของกินก็เดินซื้อตลอดข้างทาง ฉันสัญญากับตัวเองแล้วว่าวันนี้จะต้องได้กินของข้างทางเท่านั้น! อร่อยนะคะ ราคาก็ไม่แพง คุณอาจจะบอกว่าสกปรกเพราะฝุ่นบ้างล่ะ แต่ลองไปซื้อชิมดูได้ แล้วจะพบว่าคุณไม่อยากซื้อของในห้างทานเลย เพราะพ่อค้าแม่ค้าที่ขายของน่ารักและเป็นกันเองสุดๆ
สรุปเงินที่เสียไปให้ทริปนี้ตั้งแต่ออกจาก MBK-วัดพระแก้ว-วังหลัง รวมแล้วไม่ถึง 200 บาท อาจจะแพงเมื่อเทียบกับต่างจังหวัด แต่ถ้าคุณเป็นคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในแถบๆ สยาม ปทุมวัน ราชเทวี คุณจะรู้เลยว่า 100 บาทของคุณจะหมดไปอย่างรวดเร็ว และ.... แค่นั้นล่ะ
ขอบคุณวันนี้ที่ได้ไปเที่ยวกับเพื่อน ได้อะไรหลายอย่างจริงๆ ดีใจมากๆ ที่ได้ไปทริปนี้ อิอิ ฟินเบาๆ ได้ใช้ชีวิตที่เงินไม่ใช่ตัวแปรต้นอีกครั้ง
คุณภาพ ไม่ได้แปรผันตาม ราคาของสินค้า
ใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ ใช้ชีวิตให้คุ้มกับเวลาที่คุณหายใจบนโลกใบนี้ให้คุ้ม มองโลกในหลายๆ มุม แล้วคุณจะพบว่าอยู่ที่ไหนในโลกนี้ คุณก็สามารถมีความสุขได้ ... เสมอ
- - - - - - - - - - - - - - - - -
ปิดท้ายความกาก..
เพื่อนสาวแบ่งเกาลัดให้กินตบท้ายอาหารมื้อค่ำ
ฉันก็จัดไปเสียอย่าให้เพื่อนต้องเสียน้ำใจ กัดๆ กินๆ ไปเรื่อย
บังเอิญว่าฉันมันคนปากไวไปกว่ามือ เลยใช้ฟันกัดๆ เปลือกแบ่งครึ่งแล้วค่อย แงะๆ
มันออกมากิน ไม่ได้ใช้มือแบะมันออกมาเหมือนเพื่อน กินไปเดินไปเรื่อยๆ เปลือกเกาลัดเจ้ากรรมก็ดันหลุดเข้ามาในปาก
ฉันอารมณ์ที่กินเพลินๆก็ขี้เกียจเอามือแงะมันออกจากปาก เลยใช้ลิ้นดันๆ มันออกมา
หวังว่ามันจะหลุดมาแล้วพ่นออกไป พ่นประมาณสามทีมันก็ไม่ยอมออกมา
ฉันกำลังจะพ่นอีกที
แต่ก็หันไปเห็นทางขวามือทางเดียวกันที่ฉันพยายามพ่นเปลือกเกาลัดไปทางนั้นพอดี
มีชายคนนึงไม่ทราบชื่อ อายุ แต่คาดว่าคงไม่ห่างจากฉันเกิน 5 ปีแน่นอน
เดินขึ้นมาแซงหน้า
คุณนึกอารมณ์ออกมั้ย?
อารมณ์เหมือนรถแซงหน้าเราขณะที่ความเร็วมันคู่คี่สูสีกับเรา นั้นน่ะ
ณ วินาทีนั้น
ฉันสงสารแม่สุดใจ ทำไมแม่ช่างโชคร้ายเยี่ยงนี้ มีลูกสาวคนเดียวก็ดันเป็นผู้หญิงที่ห่างไกลจากความเป็นสุภาพสตรีอะไรเยี่ยงนี้
จากนั้นฉันก็ทรุดลงกับพื้นพร้อมกับกลั้นหัวเราะให้ความน่าอับอายของตัวเอง
เพื่อนสาวที่เดินมาด้วยก็งง สงสัยในพฤติกรรมที่แปลกไปของฉัน
ที่เอาแต่หัวเราะตัวเอง อย่าว่าแต่ไอ้เพื่อนเลย
ผู้ชายคนนั้นที่คาดว่าน่าจะโดนสารคัดหลั่งจากปากฉัน
ไม่ก็เศษเปลือกเกาลัดสารเลวนั้นยังหันมามองเลย
ฉันเลยพยายามหยุดหัวเราะและหันไปมองชายผู้โชคร้ายนั้น แล้วเล่าเรื่องให้เพื่อนฟัง
เพื่อนก็พยายามปลอบใจฉันว่า ฉันคงไม่ซวยขนาดทำเปลือกเกาลัดโดนหน้าผู้ชายคนนั้นหรอก
ใช่! ฉันยังไม่ได้พ่นเปลือกเกาลัดโดนหน้า ‘เขา’
เพราะเปลือกเจ้ากรรมนั่นมันยังอยู่ในปากฉัน แต่สิ่งที่เขาจะได้รับจากฉัน
อาจจะเป็นน้ำลาย หรือเนื้อเกาลัดที่ฉันพ่นออกไปมั่วๆก็เป็นได้
ณ วินาทีนั้น
แม่คือสิ่งเดียวที่ฉันระลึกได้ว่าจะทำให้แม่ คือ... ฉันจะไม่พ่นเศษเปลือกเกาลัดมั่วซั่วอีกแล้ว
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น