วันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

วันที่ฉันอยากนอน(เหมือนๆกับทุกวันนั่นแหละ)

30/11/2013

วันสุดท้าย… ของเดือนพฤศจิกายน
บางคนอาจจะเฮฮามีความสุขกับวันเสาร์ วันดีๆ วันที่ได้พักผ่อนวันแรก
แต่สำหรับฉันนั้น… ไม่เลย
นับเป็นเสาร์ที่สองของการต้องแหกขี้ตาตื่นไปทำกิจกรรมที่มหาลัย(อีกแล้ว) อาทิตย์ที่แล้วก็ต้องตื่นไปสอบ CU-TEP(Free! For junior year) วันนี้ก็ต้องไปอบรมการใช้อุปกรณ์เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ก่อนเข้าใช้ห้องปฏิบัติการ ขอบคุณพระเจ้า! จันทร์-ศุกร์ก็นอนไม่ครบ 8 ชั่วโมงอยู่แล้ว เฮอะ! 6 ชั่วโมงยังแทบจะไม่ครบเลย วันนี้ยังต้องมาตื่นแต่เช้าอีก ช่างเป็นวันที่แสนดีสุนทรีย์สุดๆ
All I need in this moment is Sleep.

แต่ก็ถือว่ายังมีอะไรดีๆในวันนี้เล็กๆน้อยๆ ตรงที่ได้เจอเพื่อนเก่าสมัยมัธยมที่ไม่ได้เจอกัน… 6 เดือน ครั้งล่าสุดที่มาเจอกันเกือบตบมันตายตรงที่ฉันอยากจะดูหนังเรื่อง Star trek หรืออะไรซักเรื่องจำไม่ได้ แต่เพื่อนผู้ชายคนนี้กับเพื่อนผู้หญิงอีกคนที่ยังอยู่ในโมเมนต์อกหักรักคุดอยากจะดูหนังเรื่อง ฤดูที่ฉันเหงา ยังจำโมเมนต์ได้เลยว่าเพื่อนต้องมาเขย่าตัวฉันตลอดเวลาการดู ง่วงสิ้นดี! ออกจากโรงสองคนนั้นก็ยังอินไม่หาย ฉันก็อยากจะกลับบ้านไปนอนเหลือทน อินเหมือนกัน… ง่วงในโรงไม่หาย ฮ่าๆๆ

วันนี้เหมือนมันทำใจเรื่องรักเน่าๆของมันได้แล้ว ไม่เห็นมันพูดถึงอะไรเท่าไหร่ แค่ทำหน้าเป็นหมาเหงาที่ไม่ได้สอยเบอร์หญิงมา เพราะไม่ยอมไปขอ ด้วยความที่ปีที่แล้วมันก็แห้วแ-กมา ฉันก็เชียร์สุดฤทธิ์ เพราะไอ้เพื่อนคนนี้ใช่ว่ามันจะเป็นคนโหล่ยโท่ยเมื่อไหร่กัน ออกจะรักเดียวใจเดียว หน้าตาก็ไม่ได้ขี้เหร่จนเหลือรับประทาน แต่ไม่รู้ทำไมถึงเป็นบุรุษที่ได้รับการขนานนามว่า จีบหญิงไม่เคยติดซักที ไอ้ฉันเองก็ไม่เคยว่างขนาดจับมันมานั่งสัมภาษณ์ว่า ฝีปากในการจีบหญิงของมันกากมากหรือยังไง อะไรแบบนี้ ก็ได้แต่เป็นกำลังใจให้เพื่อนกากๆแบบมันต่อไป

ถือว่าเป็นเรื่องดีๆสำหรับวันนี้เลยที่ได้เจอมัน เพราะนอกจากจะได้คุยอะไรกันตามประสาเพื่อนเก่าที่ไม่ได้เจอกันซักพัก ฉันเองก็ได้ปลดปล่อยความถ่อยในตัวด้วยการพ่นคำหยาบคายเป็นแสนล้านคำออกไป จะว่าเก็บกดจากมหาลัยก็คงจะไม่ผิดแหละมั้ง เพราะฉันตั้งปฏิญาณไว้แล้วว่าจะไม่พูดภาษาพ่อขุนรามกับเพื่อนมหาลัย ฉันคิดว่าให้ตายยังไง เพื่อนมหาลัยก็ไม่มีวันสนิทกันแบบสนิทใจแบบเพื่อนมัธยมที่รู้ไส้รู้พุงกันมาตั้งแต่ม.1 แบบนี้ ใครจะว่าฉันบ้า ปัญญาอ่อนหรือสองมาตรฐานก็ช่างสิ แต่สาบานว่าเรื่องนี้ฉันไม่ได้บอกใครหรอกนะ ฮ่าๆๆ

แต่ในโชคดีเล็กๆก็ยังมีโชคร้ายอันฝากรอยรักไว้เป็นที่ระทึกขวัญกับฉันวันนี้เหมือนกัน ด้วยอารมณ์ดีใจที่เพื่อนมาหา ฉันเลยปากดีทำใจกว้างบอกมันว่าจะซื้อเค้กไปฝาก แต่ลืมคิดว่ามันห่างไกลจากภาควิชา อีกทั้งมันบอกว่ายังไม่ได้ไปกินข้าวเพราะรอฉันเอาเค้กไปให้ ด้วยความที่รีบเป็นพิเศษ ความซวยจึงบังเกิดด้วยการที่ฉันเดินตกถนนบวกด้วยเข่าอ่อน เข่าเจ้ากรรมเลยลงไปคุกเข่ากับพื้นคอนกรีตอย่างสโลว์โมชั่น แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าแผลจะเล็กลงหรือไม่มี เปล่าเลย มันเบ้อเร่อจะทำให้ขาใหญ่ๆของฉันที่ปกติก็มีรอยแผลเป็นจนแทบจะทำเป็นลายแทงได้อยู่แล้วได้เพื่อนใหม่มาอีก 1 แผลใหญ่ๆ ขอบคุณค่ะ ขอบคุณจริงๆ ยังดีที่มีพี่ผู้หญิงสองคนที่เดินตามหลังมาติดๆกันช่วยประคอง แต่อารมณ์นั้นคือไม่มีอารมณ์อาย เพราะมัวแต่แสบแผลมากกว่าเลยได้แต่พึมพำว่าขอบคุณไปสามสี่รอบ อย่างน้อยก็ดีที่ไม่มีรถตอนนั้น เพราะตกถนนขนาดนั้น ถ้ามีรถวิ่งมาคือชนชัวร์อ่ะ บอกเลย ในโชคดีก็ยังมีโชคร้ายและในโชคร้ายนั้นก็ยังมีโชคดีสอดไส้อีก ช่างเป็นอะไรที่สับสนอลม่านจริงๆ

จากนั้นก็เดินไปซื้อเค้กเพื่อเอาไปประเคนให้เพื่อนชายผู้รับประทานแห้วเป็นเนืองนิจย์ แล้วก็คุยๆกับมันนิดหน่อยถึงเรื่องที่มันชวนไปเที่ยวเล่นช่วงวันพ่อ โดยอาจจะมี After trip เป็นไปเที่ยวหัวหินต่อ อยากไปแน่นอน ทำไมฉันจะไม่อยาก อยากจะดริ๊งค์แดร๊งดรั๊งกับเพื่อนใจจะขาด แถมไปกับเพื่อนผู้ชายแบบนี้อีก แทบจะน้ำลายสอ เพราะนิสัยที่อะไรก็ได้ ไม่ต้องมาคิดเล็กคิดน้อยแบบผู้หญิง ทำให้ฉันสะดวกใจที่จะไปไหนมากกว่า อย่างน้อยมันก็ไม่น่ารำคาญมากเวลาเมาเหล้าอ่ะ แต่ Hypothalamus มันบอกว่า ‘ถ้าไป… แล้วการบ้านล้านแปดของ-ึงล่ะ’ นั่นแหละ จบกัน! ยังไม่นับว่าใกล้สอบบวกมีพรีเซนต์งานอีก รื่นเริงบันเทิงใจจริงๆ 
สุดท้ายฉันก็แยกย้ายกับมัน เพราะง่วงนอนจับใจ อยากจะไปนอนพักที่หอสมุดกลางของมหาลัยก่อนจะไปสมทบกับเพื่อนมหาลัยอีกกลุ่ม ยังไม่ทันจะได้นอน ไอ้เพื่อนที่เพิ่งจะแยกย้ายไปก็ไลน์มาถามรายละเอียดสถานที่ในมหาลัย ฉันก็ต้องตอบไปอย่างเสียไม่ได้ ทั้งๆที่แทบจะหลับในอยู่แล้ว

หลังจากนั้นก็เดินทางไปสมทบกับเพื่อนอีกกลุ่มซึ่งได้นัดกันไว้ว่าไปเจอกันประมาณสี่ห้าโมง ฉันก็ไปเดินเล่นซื้ออุปกรณ์เครื่องเขียนมาเพิ่มเติม เดินไปร้าน AsiaBook เพราะอยากจะไปสอยหนังสือเล่มที่เล็งไว้เมื่อหลายวันก่อน แต่พออ่านข้างในไปซักสี่ห้าหน้าก็เพลีย อารมณ์มันเหมือนกับเล่มก่อนๆที่นักเขียนคนนี้เคยเขียน แต่ก็ดี ประหยัดเงินไปทำอะไรอย่างอื่นดีกว่า
สุดท้ายวันนี้ก็ได้ใช้เงินจริงๆไปกับการซื้อเสื้อผ้าให้ตัวเอง เป็นชุดแนวที่ไม่คิดว่าในชีวิตจะได้ใส่แบบนี้จริงๆ ฉันไม่ได้คิดไปเองนะ มันไม่ได้โป๊ แต่มันเป็นแนวสาวน้อยหวานแหวว ที่ฉันเคยคิดว่าถ้าฉันใส่แบบนี้ หน้าต้องออกมาแนวคนทำงานแล้วแน่ๆ เพื่อนที่ไปด้วยก็สวดฉันยกใหญ่ให้เลิกคิดไปเอง ในที่สุดฉันก็ถอยมันมาจนได้ แล้วก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิด ค่อนข้างเป็นที่น่าพอใจตรงที่มันเป็นชุดเดรสแขนยาวที่ไม่โป๊เลย อันนี้ชอบมาก และที่สำคัญคือไม่รัดรูปให้ฉันกลายเป็นแหนมป้าย่น คุ้มค่ากับการลงทุนครั้งนี้จริงๆ เป็น1ในไม่กี่ครั้งที่ฉันไม่รู้สึกเสียดายเงินไปกับเครื่องแต่งกายตัวเอง เพราะปกติฉันไม่ใช่คนที่ชอบแต่งตัว เสื้อ กางเกงอะไรก็ได้ ฉันก็ไปได้ทุกทีแล้ว เพื่อนสนิทประณามว่าฉันมักง่าย แต่ฉันคิดว่าฉันไม่ใช่! แค่ขี้เกียจเกินกว่าจะทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยากตั้งหากล่ะ

ต้องนอนซักทีแล้ว.. ตอนนี้จะตี1 ครึ่งแล้ว พรุ่งนี้ฉันยังมีการบ้านเป็นโขยงให้ทำอีกไม่หวั่นไม่ไหว ไหนใครบอกว่าขึ้นมหาลัยไม่มีการบ้าน ฉันล่ะอยากจะเอาหนังสือปาหัวคนพูดจริงๆ คิดแล้วก็เหนื่อย นอนๆๆๆ



เมื่อไหร่ประเทศไทยจะสงบสุข
ช่วยกันนิรโทษคนดีให้ได้พัฒนาประเทศแทนผู้ขี้โกงที่กล้าโกหกหน้าด้านๆซะที


ราตรีสวัสดิ์
วรรณทกาญผู้โหยหาเวลาพักผ่อน




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น